Category: โครงการมุสลิมโรฮิงยา

มมส ภูเก็ต เยี่ยมเยียนพี่น้องโรฮิงญาจังหวัดพังงา

040460 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องโรฮิงญาประจำสัปดาห์ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา กิจกรรมวันนี้พูดคุยตักเตือน ให้มีความรักสามัคคี ดูแลช่วยเหลือกัน จากนั้นทาง มมส.ภูเก็ต ก็ได้ทอดขนมปาท่องโก๋ ให้พี่น้องโรฮิงญาและเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ และเจ้าหน้าที่ NGO เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นนอกจากนี้ทาง มมส.ภูเก็ตยังได้มอบตาข่ายปิงปองให้กับเด็กๆโรฮิงญาแทนอันเก่าที่พังแล้วอีกด้วย

Read More

คาราวานตะอาวุน เพราะเราคือพี่น้อง ส่งตรงน้ำใจถึงพี่น้องโรฮิงญา อันดามัน

มัสยิดอัตตะอาวุน บางปู ปัตตานี จัดคาราวานส่งมอบน้ำใจให้ชาวโรฮิงญา โดยมีทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เป็นผู้ประสานงานและร่วมต้อนรับ วันนี้(26กุมภาพันธ์ 2560) อิม่ามอับดุลอาชิ ดาราแม อิม่ามมัสยิดอัตตาวุน ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี นำคณะกว่า20ชีวิต เพื่อทำกิจกรรม “คาราวานตะอาวุน เพราะเราพี่น้องกัน” ณ บ้านพักเด็กและครอบครัว พังงา โดยมีทางนายบุรฮาร ดุมลักษณ์ เลขาฯมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต และคณะร่วมต้อนรับ ทั้งนี้เนื่องจากทาง มมส.ภูเก็ต ได้รับการติดต่อจากมัสยิดอัตตะอาวุนให้ช่วยประสานงานกับบ้านพักฯในการเข้าทำกิจกรรมในครั้งนี้และได้รับงบประมาณในการจัดเตรียมอาหารไปเลี้ยงและปัจจัยอื่นๆไปมอบให้อีกด้วย บรรยากาศในช่วงเช้าที่บ้านพักฯในวันนี้ ็ได้มีทาง นางสาวดารารัตน์ สุเทศ หัวหน้าบ้านพักฯและเจ้าหน้าที่อื่นร่วมต้อบรับคณะของคาราวานตะอาวุน เพราะเราคือพี่น้อง โดยทันทีที่คณะฯได้พบเจอกับทางพี่น้องชาวโรฮิงญา หลายท่านรู้สึกดีใจ รวมไปถึงเด็กๆที่ได้มาร่วมกล่าวต้อนรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งได้สร้างความดีใจแก่คณะฯที่เห็นเด็กๆนั้นมีความสามารถ นอกจากนี้เด็กๆก็ได้พาคณะคาราวานฯได้เยี่ยมชมรอบๆบ้านพักฯเพื่อไปดูที่นอน สวนผักต่างๆ ที่ทางเด็กๆได้มีส่วนร่วมในการเพราะปลูก และร่วมรับฟังถึงประสบการณ์ของเด็กๆถึงเหตุการณ์ตอนที่เดินทางมาจากรัฐอารกันด้วยเรือประมาณ2เดือนและเรื่องราวอื่นๆ และในโอกาศนี้ก็ได้มีทางกลุ่มมุสลีมะฮฺที่เดินทางมากับคาราวานก็ได้พบกับสตรีชาวโรฮิงญาและได้สวมกอดกันทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไม่ไหวจากการที่ดีใจเป็นอย่างมากที่มีพี่น้องมาเยี่ยม จากนั้นก็เป็นการมอบของฮาดียะฮฺจากมัสยิดตะอาวุน ซึ่งเป็นชุดที่สำหรับละหมาดโดยที่มีอิม่ามและผู้หลักผู้ใหญ่เป็นผู้มอบ ซึ่งได้สร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กๆได้เป็นอย่างมาก และมีกิจกรรมอื่นๆเช่นการรับประทานอาหารและการละหมาดร่วมกัน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการนาซีฮัตจากอิม่ามตะอาวุน ในเวลา15:30น.ต่อมาทางคณะก็ได้เดินทางมายังสำนักงานของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต […]

Read More

หมู่บ้านสุดท้าย ก่อนฉันจะลา

เสียงชุมนุมของชาวบ้าน ดังมาแต่ไกล เพื่อรอรับข้าวสารจากโครงการเยียวยาโรฮิงญา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ นายวีระพงศ์ เส็นธนู ผู้สื่อข่าวไวท์นิวส์และทีมงาน เดินทางมามอบข้าวสารจำนวน 300 กระสอบให้กับหมู่บ้านไปแค เมืองเจ๊าก์ต่อ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จึงเดินทางกลับไปพักที่เมืองซิตเหว่ สำหรับกระบวนการแจกข้าวที่หมู่บ้านแห่งนี้ ผู้ใหญ่บ้านจะออกสำรวจรายชื่อคนจนและแจกคูปองไว้ พอถึงวันรับให้เอาคูปองมาแลก ป้องกันการรับซ้อนกันสองครั้ง เนื่องจากคนจนมีจำนวนเยอะมาก วันรุ่งขึ้นจะกลับย่างกุ้งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 และกรุงเทพในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 อินชาอัลลอฮ์ #ขุนคมคำ

Read More

ซ่อมบ้านหนูหน่อยนะ

แสงแดดยามเที่ยง สาดส่อง ลอดผ่านช่องว่างของหลังคาบ้าน มากระทบกับใบหน้าหนูน้อยวัยขวบเศษ ที่กำลังหลับกลางวันอย่างแสนสบาย ทำให้หนูน้อยตื่นขึ้นเพราะความร้อน จากดวงอาทิตย์ หลังจากที่วานนี้พวกเรา ผ่านมาพบเห็นสภาพบ้าน ของครอบครัวหนูน้อยคนนี้ หลังคาบ้านเสมือนนำกิ่งไม้มาวางซ้อนกันหลายๆชั้น เพื่อกันแดด ผนังบ้านใช้ไม้ไผ่สานเก่าๆ ยึดติดไว้กับเสาบ้านที่ทำจากต้นไผ่ พื้นที่ภายในบ้านเล็กกว่าเตียงหรูขนาด 6*6 ฟุตของคนในเมืองบ้านเราซะอีก ส่วนห้องครัวอยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน ความสูงของบ้านประมาณ 180 เซ็นติเมตร บ้านนี้ไม่มีห้องน้ำทั้งหญิงชาย ต้องไปขับถ่ายตามพงหญ้ารก อ่อ… ประตูหน้าต่างไม่มีครับ ไม่ต้องกลัวขโมยเข้ามาขโมยของ เพราะภายในไม่มีของมีค่าอะไร มีเพียงผ้าถุงเก่าๆ 2-3 ผืน โสร่ง 2-3 ผืน เสื้อขาดๆและฮิญาบสีขาวที่ปัจจุบันดูหมองจนเกือบจะกลายเป็นสีน้ำตาลแล้ว สามีทำงานรับจ้างทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่มีงานก็ไปหาปลาในแม่น้ำ พอได้ประทังชีวิตไปวันๆ ส่วนภรรยาดูแลลูก 4 คน บ้านที่มีรูรอบบ้าน ทั้งจากด้านบน ด้านข้าง ด้านหน้า และด้านหลัง พอตกค่ำอากาศก็หนาวเย็น กลางดึกอุณหภูมิลดต่ำ 7-9 องศาเซลเซียส กับผ้าห่มถูกๆ 2 ผืน เด็กๆต้องนอนกอดพ่อแม่รับไออุ่นบรรเทาความหนาวเย็น นี่คือสภาพความเป็นอยู่จริงของคนจนที่นี่ และไม่เพียงแต่แค่หลังนี้หลังเดียว […]

Read More

แววตาใสๆ ของเด็กๆดีใจ ที่จะมีข้าวกินให้อิ่มท้อง

รุ่งเช้าของวันพุธ อากาศเย็นพอสมควร ประมาณ 15 – 20 องศา พวกเรา(ทีมงานโครงการเยียวยาโรฮิงญา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ) ขึ้นรถตู้ที่เช่าไว้ เพื่อออกเดินทางจากที่พักเมืองซิเตว่มุ่งหน้าสู่เมืองมเย๊าก์อู ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เส้นทางถนนบางช่วงบางตอนกำลังก่อสร้าง ถนนขรุขระมาก ทำให้พวกเราใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ หมู่บ้านแรกที่พวกเราแวะ สำรวจความเดือดร้อนคือหมู่บ้านในเมืองเจ๊าก์ต่อ มีจำนวนประชากรประมาณ 1,500 คน ซึ่งเป็นเมืองที่เราต้องผ่านเป็นอันดับแรก และเป็นหมู่บ้านมุสลิมหมู่เพียงหมู่บ้านเดียวเท่านั้น พวกเราพบกับผู้ใหญ่บ้านมูฮัมหมัด และเพื่อนๆของเขา พวกเขาได้เล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้เราฟัง หลังจากที่ไม่ได้มาที่นี่เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว อะไรอะไรเปลี่ยนไปมาก ตัวผู้ใหญ่บ้านเองแต่ก่อนเคยได้บัตรประชาชนพม่า เต็มขั้นที่มีสีชมพู แต่เมื่อช่วงกลางปี 2016 ทางการยะไข่ได้เรียกคืนบัตรประชาชนและออกบัตรให้ใหม่ ครั้งนี้ทางการได้ลดสิทธิลงเหลือเพียงบัตรคนต่างด้าว ส่วนสถานการณ์อื่นยังเหมือนเดิม กล่าวคือ คนในหมู่บ้านทั้งเด็กเล็ก ทั้งผู้ใหญ่ไม่สามารถเดินทางออกไปไหนมาไหนได้ตามปกติ ยังถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะพื้นที่ในหมู่บ้านเท่านั้น หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ได้ตกลงมอบข้าวสารจำนวน 300 กระสอบแต่ผู้ใหญ่ต้องใช้เวลารวบรวมข้าวสาร 5-6 วันจึงจะครบตามจำนวน เมื่อได้ครบตามจำนวนแล้วพวกเราก็จะเดินทางมาแจกอีกรอบหนึ่ง ขึ้นรถต่อไปประมาณอีก 2 ชม. พวกเราก็มาถึงเมืองมเย๊าก์อู (มะรัคอู) อดีตเมืองหลวง […]

Read More

ประมวลภาพชุด แจกข้าวสาร เมืองมองดอ รัฐยะไข่ ประเทศพม่า

วันที่ 31 มกราคม 2560 เวลา 7:00 น. ทีมงานโครงการเยียวยาโรฮิงญา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ นำโดยนายวีระพงศ์ (ดาริส) เส็นธนู ผู้สื่อข่าวไวท์แชนแนล นั่งเรือสปีดโบ๊ตลำเล็ก ขนาด 4 ที่นั่งเดินทางไปเมืองบูทิดอง ต่อรถเช่าไปเมืองมองดอ รัฐยะไข่ เพื่อนำความช่วยเหลือซื้อข้าวสารจำนวน 300 กระสอบมอบให้แก่มุสลิมโรฮิงญา ที่หมู่บ้านคอดูอายา และบริเวณใกล้เคียง ทีมงานใช้เวลานั่งเรือประมาณ 3 ชม.จึงถึงเมืองบูทิดอง เวลาประมาณ 10:00 น. จากนั้นต่อรถเช่า ไปเมือง มองดอ ถึงเวลาประมาณ 11:30น. ต่อด้วยเข้าพบกับอูเหย่ทุน ผู้ว่าการเมืองมองดอและบูทิดอง ซึ่งท่านได้ชี้แจ้งว่าทางการจัดเตรียมข้าวสารที่สั่งซื้อไว้ ใส่รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 2 คันรถ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เมื่อทีมงานเห็นบรรยากาศเมืองบูทิดองและมองดอ เต็มไปด้วยความดีใจ เพราะเห็นมุสลิมใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ภายในเมืองตามท้องถนน เต็มไปด้วยการจับจ่ายซื้อของให้ขวักไขว่ มุสลิมสามารถเปิดร้านค้าขายของได้ เช่น ร้านทอง ร้านมือถือ ร้านขายยา […]

Read More

ภาระกิจช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมโรฮิงญา รัฐยะไข่

ทหารพม่ายังคุมเข้มพื้นที่มองดอ ยะไข่ จับตากลุ่มก่อการร้ายแฝงตัว ภารกิจช่วยเหลือของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ จึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ผ่านมาแล้ว 5 วันที่นายวีระพงศ์ เส็นธนู ผู้สื่อข่าวไวท์แชนแนลและทีมงานโครงการเยียวยาโรฮิงญา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 ไปยังรัฐยะไข่ประเทศพม่า ตามที่ได้รับมอบหมายเชคริฎอ อะหมัด สมะดี ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ เพื่อนำความช่วยเหลือจากประชาชนชาวไทยที่ได้รับบริจาคผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไวท์แชแนล ไปมอบให้กับชาวโรฮิงญา ภารกิจที่ผ่านมา หลักๆคือการประสานงานเรื่องเอกสารการขออนุญาตจากทางการรัฐยะไข่ ในการดำเนินการบริจาคความช่วยเหลือ ซึ่งครั้งนี้ทีมงานได้เข้าพบกับอูติ่นเหม่าสเหว่ เลขานุการรัฐยะไข่ พูดคุยเรื่องสถานการทั่วไปในรัฐยะไข่ ว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาต่างๆอยู่ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจการขอใบอนุญาต 31 มกราคม 2560 ทีมงานจึงเช่าเรือสปีดโบ๊ต เดินทางเข้าพื้นที่เมืองมองดอ รัฐยะไข่ มอบข้าวสารจำนวน 300 กระสอบให้แก่ชาวโรฮิงญา สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่เมืองมองดอ ทหารและตำรวจพม่ายังคุมเข้มพื้นที่หมู่บ้านต่างๆของชาวโรฮิงญา และกวาดล้างจับกุมผู้ต้องสงสัยที่พัวพันกับกลุ่มก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเดินทางครั้งนี้ของทีมงาน ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองมองดอ จะไปมอบความช่วยเหลือต่อที่เมืองมเย๊าก์อู ในลำดับต่อไป #ขุนคมคำ

Read More

น้ำใจสู่ยะไข่”โครงการเยียวยาโรฮิงญา” มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ

27 มกราคม2560 ถึงย่างกุ้งแล้วเตรียมเดินทางไปรัฐยะไข่พรุ่งนี้ และจะพาทุกท่านไปบุกลุย !! ย้อนอดีตวันวาน กับความทรงจำที่ครั้งก่อนที่หมู่บ้านมุสลิมเคยอยู่อย่างสันติสุข แต่ผ่านมาแล้ว 5 ปี แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น กลับกลายเป็นความทรงจำอันปวดร้าวที่ทำให้ครอบครัวต้องพลัดพราก #ขุนคมคำ https://www.facebook.com/WhiteNewstv/videos/1278208352261310/

Read More

ไร้แผ่นดินแต่ไม่สิ้นหวัง

สิ่งของชุดแรกถึงมือผู้อพยพแล้ว ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นแต่แสนอบอุ่นใจ “คืนนี้ผมไม่ต้องนอนหนาวแล้ว” 1 มกราคม 2560 เวลาประมาณ20:00 น. หรือหลังละหมาดอีชาบังคลาเทศ คืนนี้เป็นคืนที่2 ที่ทีมงานโครงการเยียวยาโรฮิงญา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ นำโดย นพ.อิระฟาน หะยีอีแต นพ.อมีน สะอีดี และพญ.อารีนา สะอีดี ออกเดินจากที่พักไปยังที่ทำการชั่วคราว มมส. ในเมืองตั๊กนาฟ เพื่อแจกปัจจัยยังชีพพื้นฐาน เช่น ข้าวสาร ผ้าห่ม เสื่อ ผ้าถุง โสร่ง ผ้าใบสำหรับมุงหลังคาบ้านชั่วคราว เป็นต้น ให้แก่ผู้อพยพ ทั้งนี้ทีมงานได้แจ้งให้ผู้อพยพแต่ละครอบครัว ส่งตัวแทนมารับของ ครอบครัวละ 1 คน จำนวน 20 ครอบครัว แต่ครั้งนี้มาเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 30 ครอบครัว รวมทั้งหมดคืนนี้ที่ดำเนินการแจกของทั้งสิ้น 50 ครอบครัว ประมาณ 300 ชีวิต สาเหตุที่ผู้อพยพมากันเยอะเพราะการบอกปากต่อปากว่ามีองค์กรจากประเทศไทยมาส่งมอบความช่วยเหลือ ซึ่งมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติได้พยายามแจกจ่ายสิ่งของให้ครบทุกครอบครัว นอกจากนี้ในจำนวน 50 ครอบครัว […]

Read More

ร่ำไห้!!! เมื่อพบทีมงานมมส.ประเทศไทย มาช่วยเหลือโรฮิงญา ณ บังคลาเทศ

“สถานการณ์เสี่ยง” ต้องอาศัยเวลากลางคืนเดินเท้ากว่า5กิโลไปหาผู้อพยพ 31ธันวาคม2559 ภารกิจโครงการเยียวยาโรฮิงญา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ณ บังคลาเทศ ต้องระมัดระวังอย่างมากเนื่องจากการช่วยเหลือผู้อพยพโรฮิงญาที่มาจากฝั่งพม่านั้น ทางการบังคลาเทศถือว่าพวกเขาเข้าเมืองผิดกฎหมายเช่นกัน ฉะนั้นการอยู่อาศัยของผู้อพยพจึงต้องหลบซ่อนตัวมิให้ทางการทราบ ดังนั้นทีมงานจึงใช้เวลาช่วงกลางคืนหลังอีชา19:00น.(เวลาบังคลาเทศ) เดินทางไปพบปะผู้อพยพ ในตัวเมืองตั๊กนาฟ เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของจนท.และปชช. การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะต้องเดินเท้าผ่านซอยต่างๆ ระยะทางไปกลับกว่า5กิโลเมตร นพ.อิระฟาน หะยีอีแต ปธ.มมส.3จว. นพ.อมีน สะอิดี และพญ.อารีนา สะอีดี ทีมงาน มมส. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงถึงบ้านเช่าแห่งหนึ่งที่ทีมงาน มมส.ประเทศบังคลาเทศเช่าไว้เป็นที่ทำการชั่วคราวมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สำหรับตรวจรักษาโรค และแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือ ภายในที่ทำการชั่วคราวมมส. ทีมงานได้พบกับ นายนูรซาลามกับภรรยาและลูกจำนวน 8 คน และครอบครัวของญาติอีกจำนวน7-8 คน ซึ่งพวกเขาเพิ่งจะอพยพมาจากหมู่บ้ายไจ้กโยปิ่น เมืองมองดอ รัฐยะไข่ประเทศพม่ามาเมืองตั๊กนาฟ ประเทศบังคลาเทศได้เพียง 10 วัน ทีมงานได้พบปะพูดคุยกับครอบครัวผู้อพยพและพญ.อารีนา ได้ตรวจคนไข้ที่กำลังตั้งครรภ์ 1 ราย และตรวจดูอาการทั่วไป นายนูรซาลาม เล่าให้ฟังว่า ตนกับภรรยามีลูก 7 คน […]

Read More