Breaking News
Home » Uncategorized @th » แถลงการณ์มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ เรื่องปาเลสไตน์ ณ ดินแดนฉนวนกาซ่า
แถลงการณ์มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ เรื่องปาเลสไตน์ ณ ดินแดนฉนวนกาซ่า

แถลงการณ์มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ เรื่องปาเลสไตน์ ณ ดินแดนฉนวนกาซ่า

จากเหตุการณ์ที่รัฐก่อการร้ายอิสราเอลได้ กระทำการฆาตกรรมหมู่มนุษย์ด้วยกันในประเทศปาเลสไตน์ ในพื้นที่ฉนวนกาซ่า โดยได้ทำการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปแล้วจำนวนสี่ร้อยกว่าราย และบาดเจ็บอีกจำนวนสามพันถึงสี่พันคน  โดยส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็นพลเรือน มีทั้งเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ

รัฐก่อการร้ายอิสราเอลยังได้ถล่มมัสยิด อาคารบ้านเรือน มหาวิทยาลัย โรงเรียน พังทลายเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก และจำนวนประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความป่าเถื่อนโหดร้าย จากการฆาตกรรมหมู่ครั้งนี้ อาจจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หากยังไม่มีการหยุดยั้งความบ้าคลั่ง ความป่าเถื่อนโหดร้ายอันไร้ซึ่งจิตสำนึกแห่งมนุษยธรรมของฆาตกรอิสราเอล  ดังหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลกตามภาพข่าวของสื่อต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่อยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวของรัฐก่อการร้ายอิสราเอลนั้นถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลัก ศีลธรรม หลักคำสอนศาสนาในทุกศาสนา และยังเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ฝ่าฝืนต่อกฎบัตรสหประชาชาติ เรื่องกำหนดห้ามทำสงครามไว้ในข้อ 2 วรรค 4 ด้วยถ้อยคำ ดังนี้
“All members shall refrain in their internal relations from the threat or use of force against the territorial integrity or political independence of any state, or in any other manner inconsistent with the purposes of the United Nations”

ตามกฎหมายระหว่างประเทศในขณะนี้ การใช้กำลังหรือการทำสงคราม จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ยกเว้นกรณีที่ใช้กำลังตามมติคณะมนตรีความมั่นคง ตามกฎบัตรสหประชาชาติข้อ 42 เพื่อรักษาสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ และกรณีการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองหากถูกโจมตีด้วยอาวุธ (สิทธิป้องกันตนเองเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญหลักหนึ่ง และกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 51 ได้ยืนยันกฎหมายระหว่างประเทศนี้)

โดยที่ผ่านมาและปัจจุบันนี้ไม่มีองค์กร ระหว่างประเทศใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติหรือสหภาพยุโรปจะดำเนินการใดๆ ที่จะยับยั้งการกระทำที่โหดเหี้ยมของรัฐก่อการร้ายอิสราเอลและยังคงปล่อยให้ รัฐก่อการร้ายอิสราเอลเดินหน้าเข่นฆ่าชาวกาซ่าอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลานี้

ทั้งนี้ยังมินับการที่อิสราเอลยังคงปิดล้อม ดินแดนกาซาทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2547 อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยไม่ยอมให้สิ่งของบรรเทาทุกข์ใดๆ เข้าไปในพื้นที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งยารักษาโรค หรืออาหารสำหรับเด็กทารก ซึ่งจากผลของการปิดล้อมดังกล่าวทำให้ชาวกาซาใช้ชีวิตยากลำบากอย่างแสนสาหัส

โดย แถลงการณ์ฉบับนี้ มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติจึงขอประณามการกระทำอันป่าเถื่อนโหดร้ายดังกล่าวของ อิสราเอล และผู้ที่สนับสนุนการกระทำของอิสราเอลทั้งในและนอกกาซ่า และเรียกร้องไปยังเหล่าประเทศมุสลิมแถบอาหรับและมลายู ให้ตอบโต้การรุกรานของรัฐก่อการร้ายอิสราเอลโดยทันที

มูลนิธิฯ ขอเรียกร้องไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้ดำเนินการตามกฎบัตรสหประชาชาติในหมวดที่ 7-การดำเนินการเกี่ยวกับการคุกคามต่อสันติภาพการละเมิดสันติภาพ และการกระทำการรุกราน  และขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทันที และขอเชิญชวนมุสลิมและผู้ที่รักความยุติธรรมในประเทศไทยให้การช่วยเหลือ อย่างสุดความสามารถต่อประชาชนที่กำลังเป็นเหยื่อของอาชญากรรมด้วยน้ำมือของ รัฐก่อการร้ายอิสราเอล ต่อไป

ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2557
มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ

ดาวน์โหลดแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่

https://www.muslim4peace.net/upload/20150724_Annouce_GazaAttack.pdf